เสาหิน:โรงเรียนของหนู

๑. ยามเช้า

เสียงเฮฮา พร้อมเต้นประกอบท่าแอโรบิคของนักเรียนประมาณ 80 คน พร้อมกับครู 2 คน ที่อยู่กลางสนามของโรงเรียนในยามเช้า ทำให้ผมต้องเดินเข้าไปดูใกล้ๆ มันเป็นการอุ่นเครื่องคลายความหนาวของครูๆ และนักเรียนของโรงเรียนบ้านเสาหิน ในหมู่บ้านที่ยามเช้าอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 10 องศา

นักเรียนจาก 6 หย่อมหมู่บ้าน มารวมและเรียนกันที่โรงเรียนแห่งนี้ มีการเรียนการสอน ป.1-ป.6 และครูจริงๆ 2 คน อีก 2 คนเป็นผู้ช่วย

๒. เล่าย้อน

ย้อนกลับไปวันแรกที่พวกเรามาถึง ผมกับเพื่อนอีก 2 คนเดินดุ่มๆ เข้าไปในบริเวณโรงเรียน สิ่งที่แปลกตาแต่ผมเข้าใจได้ คือเด็กนักเรียนทุกคน ไม่ว่าใครก็ตามเห็นพวกเราแล้วยกมือไหว้กันหมด ทำให้ผมนึกถึงโรงเรียนที่ผมเรียนเมื่อ 20 ปีก่อน ที่เป็นโรงเรียนชนบทเหมือนกันและสภาพของโรงเรียนไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่ บ้านผมพูดภาษาอีสาน นักเรียนแถบนี้ก็พูดอีกแบบหนึ่ง

๓. อุดมคติ

ผมเคยเห็น ไม่ว่าจะเป็นทีวีหรือหนังหลายๆ เรื่องที่เล่าเรื่องโรงเรียนบนดอยแล้วหนุ่มๆ สาวๆ อยากพากันไปอยู่เพราะสงสารเด็กบนดอย อยากไปเป็นครูสอนเด็กๆ เหล่านั้น ผมไม่ได้กำลังคิดว่าตอนนี้คงไม่มีเรื่องราวเหล่านั้นอีกแล้ว (แค่เพียงแอบคิด) คนหนุ่มสาวที่มีอุดมการณ์เหล่านั้นก็ยังคงมีแต่อาจจะเป็นคนกลุ่มน้อยที่หลบซ่อนตัว หรือว่าจะไม่เหลือแล้ว หรือเหลือแค่กลุ่มคนที่มุ่งเข้าหาสิ่งที่คนหลายคนเรียกว่าความเจริญ

ผมไม่ได้ร่ำเรียนมาทางครูโดยตรง ก็คงไม่มีวุฒิทางการศึกษาเพื่อที่จะไปสอบบรรจุสู้ใครๆ ได้แต่ยืนมองครูสองสามคนที่มุ่งมั่นสอนนักเรียนอยู่นั่นอย่างปีติ

ใครสนใจที่จะย้ายไปโรงเรียนแห่งนี้ ก็เชิญครับ ได้ข่าวว่ามีครูต้องการกลับออกมาเหมือนกันเพราะเหตุผลจำเป็น (94 กิโลเมตรจากตัวอำเภอแม่สะเรียง ไม่มีไฟฟ้า มีน้ำปะปาเย็นๆ จากดอย ไม่มีสองแถวหรือรถใดๆ ให้บริการ นอกเสียจากว่าคุณจะโบกรถสิบล้อเข้าไป หรือขี่ 4x4 เท่านี้คงทรุนด้าพอ)

๔. เรียนต่อ

ย้อนกลับมาครึ่งทาง ก่อนถึงเสาหิน ห่างประมาณ 45 กิโลเมตร มีหมู่บ้านซื่อ โพซอ เป็นหมู่บ้านที่คุณจะต้องประทับใจตั้งแต่แรกเข้า เพราะปากทางเข้าหมู่บ้านเป็นลำห้วย คุณต้องข้ามน้ำเข้าไปก่อน ผมคิดเล่นๆ ถ้าพม่าบุกมาช่วงหน้าฝนคงคิดผิด เพราะน้ำหลากสงสัยเข้าหมู่บ้านไม่ได้

โรงเรียนบ้านโพซอ เป็นโรงเรียนขยายโอกาศทางการศึกษา จนถึง ม.3 เด็กที่เรียนจบ ม.3 ส่วนใหญ่จะถูกส่งไปเรียนต่อเกษตรที่ลำพูน เพราะปัญหาเรื่องเรียนฟรีที่นักเรียนส่วนใหญ่มีแต่ตัวกับใจ ทุกอย่างโรงเรียนออกให้หมด

โพซอ เป็นโรงเรียนกินนอน มีนักเรียนประจำประมาณ200 ชีวิต ไป-กลับอีก 100 คน จากประมาณ 20 หมู่บ้าน รัศมี 50 กิโลเมตร

๕. เดินเรียน

ระหว่างทางขากลับ พวกเรารับเด็กนักเรียนที่กำลังเดินอยู่ขึ้นรถมาด้วยแล้วนำมาส่งที่โรงเรียนโพซอ นักเรียนที่มีเรียนประจำ จะกลับบ้านตามปฏิทินดอย กลับเดือนละ 1 ครั้ง ประมาณ 4-5 วัน

ด้วยการเดิน

เด็กหญิงเดินจากบ้านกิ่ว บ้านกิ่วอยู่ห่างจากบ้านเสาหิน 1 กิโลเมตร บานเสาหินอยู่ห่างจากบ้านโพซอ 45 กิโลเมตร รวมแล้วเด็กหญิงทั้งสามเดินเป็นระยะทาง 44 กิโลเมตร ออกเดินจากบ้านเวลา 8 โมงเช้า ถึงโรงเรียนประมาณ 5 โมงเย็น ห่อข้าวมากินระหว่างทางเดิน

เด็กหญิงทั้ง 3 คน เป็นพี่น้องกัน คนโตเรียน ม.3 คนกลางเรียน ป.6 คนเล็กเรียน ป.5

คนกลางกับคนเล็กเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านเสาหิน

แค่เดินมาส่งพี่สาวที่โรงเรียนบ้านโพซอ

นอนพักกับพี่สาว 1 คืน ตื่นเช้าน้องๆ ทั้งสองก็จะเดินกลับบ้านกิ่ว กลับไปเรียนที่โรงเรียนบ้านเสาหิน

รวมสองวัน เด็กสองคนเดินคนละ 88 กิโลเมตร

“พวกหนูไม่เมื่อยหรอกค่ะ เดินอย่างนี้มา 3 ปีแล้ว”

นี่คือต้นทุนเพื่อการศึกษา

เด็กในเมืองอาจจะแค่เดินเรียนข้ามตึก แต่เด็กๆ ที่นี้เดินเรียนข้ามเขา

๖. ไท(ย)

จากด้านบน เด็กทั้งสามคนเกิดในเมืองไทย แต่ไม่มีอะไรแสดงตน พี่สาวคนโตกำลังเดินเรื่องเพื่อขอบัตรสีชมพู เพราะใกล้เรียนจบ ม.3 และอาจจะต้องออกไปเรียนต่อที่ลำพูน ถ้าไม่มีบัตรสีก็ไม่สามารถออกนอกพื้นที่ได้ นั่นก็หมายถึงโอกาสทางการศึกษาต้องชัทดาวน์ตามไปด้วย

๗. มองดู

ผมมองดู จึงได้แต่มองดู ชีวิตที่มันแตกต่างและเหมือนกันในความเป็นไทย

มีความสุขกับการเดินเรียนครับ

แสดงความคิดเห็น | ^ Back To Top

ความคิดเห็น

  1. List Comments
  2. 1

    Re: เสาหิน:โรงเรียนของหนู

    By: radiz Fri 16 January 2009 11:46:01

    กูพลาดใช่มั้ยที่นั่งทำงานอยู่ในเมืองกรุงโสมม เผื่อกูด้วย
  3. 2

    อ่านะ

    By: หงส์ Fri 16 January 2009 15:05:01

    บ้านหลุบหวาย
    ประมาณนี้ป่าว???
  4. 3

    Re: เสาหิน:โรงเรียนของหนู

    By: FunkyDog Sat 17 January 2009 04:20:01

    อ่านแล้วรู้สึกขยะแชยงตัวเอง... ไม่ทำมันแล้วเว็บแว๊บไรเนี่ย อ๊ากกก...
  5. 4

    Re: เสาหิน:โรงเรียนของหนู

    By: บักโก Thu 22 January 2009 13:49:01

    ผมเกิดอาการทั้งรักทั้งชังประเทศนี้ขึ้นมาตะหงิดๆ ทำไมมันเปลี่ยนอะไรได้ยากเหลือเกินนะ

แสดงความคิดเห็น

  • กรุณาพิมพ์คำตอบลงไปด้วยครับ